ความเป็นมา
 
               ในปัจจุบันเป็นยุคที่สังคมโลกสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้พรมแดน มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เจริญรุดหน้า
แบบก้าวกระโดด โดยผิวเผินเสมือนว่าจะเป็นยุคแห่งความสมบูรณ์แบบของสังคมในอุดมคติ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ายังมีรอยด่างที่แฝงอยู่ในด้านมืดของความศิวิไลซ์ทางวัตถุนิยมอยู่นั่นก็คือ ปัญหาอาชญากรรม ซึ่งนับวันยิ่งมีรูปแบบที่แยบยล ซับซ้อน และอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ บทบาทด้านการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมจึงตกเป็นของหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วยงาน ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปฏิรูปและพัฒนาวิทยาการด้านการอำนวย ความยุติธรรมให้เกิดการบูรณาการที่ทันสมัยอยู่เสมอ มิเช่นนั้นแล้ว อาชญากรผู้เป็นภัยคุกคามแก่สังคมก็จะก้าวล้ำกว่ากระบวนการยุติธรรมอยู่เรื่อยไป

               การอำนวยความยุติธรรมถือเป็นภารกิจสำคัญพื้นฐานของรัฐ ซึ่งรัฐจะต้องดำเนินการอำนวยความยุติธรรมโดยการจัดการบริหารองค์การในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นที่พึงพอใจของประชาชนและเป็นสากลตามหลักนิติธรรม ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายหลักในการอำนวยความยุติธรรม คือการให้ประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และเป็นธรรม ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าวประกอบด้วย กฎหมาย ระบบการพิจารณาคดี ระเบียบปฏิบัติ ตลอดจนการปฏิบัติงานของหน่วยงานและบุคคล
ที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการทนายความ พยาน เจ้าหน้าที่ของศาล และผู้พิพากษา ระบบการพิจารณาคดีและสืบพยานของไทยศาลจะต้องวางตัวเป็นกลางในคดีอาญา ซึ่งเริ่มคดีโดยโจทก์เป็นผู้กล่าวหาและโจทก์ต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของจำเลย ทั้งนี้ จำเลยในคดีอาญาจะได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ให้ศาลเห็นเป็นที่สิ้นสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด
                ยุทธศาสตร์การบริหารงานยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความเป็นธรรมและความพึงพอใจแก่ประชาชนไว้หลักๆ 5 ประเด็น ได้แก่ 1) การพัฒนาประสิทธิภาพระบบการให้บริการประชาชน 2) การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม 3) การส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือกและการมีส่วนร่วมในงานยุติธรรม 4) การพัฒนาบุคลากรและการเผยแพร่องค์ความรู้ในงานยุติธรรม และ 5) การขับเคลื่อนและบูรณาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ
                ระบบงานนิติวิทยาศาสตร์ ถูกบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 1 ของแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2558 – 2561) ว่าด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพระบบการให้บริการประชาชน โดยเน้นไปที่การส่งเสริมและพัฒนาระบบงานนิติวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และนำมาประยุกต์ใช้ได้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม มีกลไกประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบมีการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน จัดทำและเชื่อมโยงฐานข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งบูรณาการการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และสามารถตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินงานได้  
                กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงมีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมในยุคปัจจุบัน เนื่องจากการตรวจพิสูจน์หลักฐานจากการกระทำความผิดที่มีประสิทธิภาพและประจักษ์ในข้อเท็จจริงอันจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีนั้น ต้องอาศัยกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับกระบวนการตรวจพิสูจน์ด้านอื่นๆ ดังนั้น การอำนวยความยุติธรรมที่แท้จริงให้แก่ประชาชนจึงเป็นหน้าที่สำคัญของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่มีบทบาทด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐานและการค้นหาข้อเท็จจริงทางคดี ที่จะต้องให้ความสำคัญกับการประยุกต์วิทยาการด้านการตรวจพิสูจน์ให้ล้ำสมัยมากกว่าคำว่าทันสมัย เพราะความเจริญทางวิทยาการแห่งเทคโนโลยีที่รุดหน้าไปแบบก้าวกระโดดได้ส่งผลให้ปัญหาสังคมด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาอาชญากรรมและความขัดแย้งที่มีพัฒนาการของรูปแบบความสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
                ในยุทธศาสตร์ที่ 4 ของแผนแม่บทฉบับเดียวกันนี้ ได้กล่าวถึงการพัฒนาบุคลากรและการเผยแพร่องค์ความรู้ในงานยุติธรรม ยังเน้นไปที่การส่งเสริมการวิจัยที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานทางวิชาการ และตรงกับความต้องการ โดยกำหนดหัวข้อหรือประเด็นการวิจัยให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหรือภาคประชาชน จัดทำกระบวนการวิจัยในแต่ละขั้นตอนให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ เพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และได้ผลลัพธ์ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนงบประมาณในการศึกษาวิจัยให้เพียงพอและเหมาะสมกับขอบเขตเนื้อหากระบวนการหรือระเบียบวิธีในการศึกษาวิจัย รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้เอื้อต่อการบริหารโครงการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่น ทั้งนี้ ได้เน้นให้ความสำคัญกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เนื่องจากสามารถเห็นได้เป็นรูปธรรมและนำผลสำเร็จไปดำเนินการต่อไปได้ทันที
                นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ยังมุ่งไปถึงการเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัยและส่งเสริมความร่วมมือในการวิจัยเชิงบูรณาการ โดยการสนับสนุนสถาบันการศึกษาให้จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนการวิจัยด้านกระบวนการยุติธรรมเพื่อสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ หรือร่วมกันจัดหลักสูตรฝึกอบรมนักวิจัยของหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำวิจัยหรือสามารถควบคุมและบริหารจัดการโครงการศึกษาวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือในการวิจัยเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทั้งภายในและระหว่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ อันเนื่องจากความแตกต่างในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของแต่ละประเทศ ตลอดจนการจัดทำและพัฒนาระบบบริหารงานฐานข้อมูลการศึกษาวิจัยด้านงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมให้สมบูรณ์ ครบถ้วน ทันสมัย สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกและรวดเร็ว เพื่อเป็นคลังแห่งองค์ความรู้ในการตัดสินใจกำหนดนโยบาย แนวทาง หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อการบริหารงานยุติธรรม ของผู้บริหารระดับสูงและผู้ที่เกี่ยวข้อง

                จากบริบทการเปลี่ยนแปลงของพลวัตทางสังคม ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและนโยบายการพัฒนาประเทศและแผนแม่บทบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ จึงเกิดประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอำนวยความยุติธรรมและการบริหารงานยุติธรรมในหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ที่จะต้องมีการศึกษาและพัฒนาแนวทางการปรับสมดุลให้บริบทของขั้นตอนตามข้อกฎหมายสอดคล้องกับการดำเนินการในเชิงปฏิบัติ การแสวงหาหรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีสำหรับการยกระดับศักยภาพการดำเนินงานและการส่งเสริมความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรม ทั้งในแง่ของการป้องกัน การปราบปราม การแก้ไขฟื้นฟู และการสอดส่องดูแลเมื่อได้รับการปล่อยตัวคืนสู่สังคม ซึ่งจะต้องมีจุดมุ่งหมายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยแนวคิดและวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาสนับสนุนและการเปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนได้มีบทบาทในการมีส่วนร่วม
                ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทุกภาคส่วนจึงต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาการทางด้านกระบวนการยุติธรรมในทุกมิติ เนื่องจากความยุติธรรมเปรียบเสมือนความหวังและเป้าหมายสูงสุดของประชาชนในการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขและปราศจากความขัดแย้ง การวิจัยเพื่อพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมทางกฎหมายนิติวิทยาศาสตร์ และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมและการบริหารงานยุติธรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีการผลักดันให้มีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการจากหลายฝ่าย เพราะการอำนวยความยุติธรรมที่สมบูรณ์แบบนั้น จะต้องอาศัยทั้งหลักความยุติธรรมทางกฎหมาย หลักความยุติธรรมทางสังคม และนวัตกรรมด้านการสืบสวนสอบสวนที่ล้ำสมัยควบคู่กันไป การเข้าถึงความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เสมอภาค และเท่าเทียม จึงถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง และเป็นกลไกในการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในทุกมิติอันจะเป็นการส่งเสริมการเคารพในสิทธิหน้าที่และการตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของคนในสังคมต่อไป
 
 
 
                       
 

 

คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
เลขที่ 90 หมู่ 7 อาคาร 52 ตำบลสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110
โทรศัพท์ 034-311110