ความเชื่อมโยงของแต่ละกรอบการวิจัย/โครงการวิจัย
 

                   ความเชื่อมโยงของกรอบการวิจัยเริ่มตั้งต้นจากกรอบการวิจัยที่ 1 ด้านนวัตกรรมทางกฎหมาย ที่ต้องมีการทบทวนข้อจำกัดหรือความยุ่งยากของข้อกฎหมายกับการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายและการอำนวยความยุติธรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มเปราะบางที่ขาดศักยภาพที่จะเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรม ประกอบกับขั้นตอนทางกฎหมายบางประเด็นที่ไม่ได้เอื้อต่อการปฏิบัติงานจริง จึงส่งผลให้เกิดความยุ่งยากทั้งเจ้าหน้าที่
ผู้ปฏิบัติและความไม่เสมอภาคของการอำนวยความยุติธรรม
                  ประเด็นปัญหาที่ตามมาจากการที่เด็กและเยาวชนหรือผู้ปกครองไม่ได้รับการอำนวยความยุติธรรมตามที่คาดหวังไว้ คือการขาดความเชื่อมั่นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งในหลายหน่วยงานยังมีอุดมการณ์ของการดำเนินงานภายใต้ข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน ขาดการประสานงานและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานแม้จะเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมด้วยกันเองก็ตาม
ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือเด็กและเยาวชนหรือผู้ปกครองผู้ที่จะได้รับการอำนวยกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นศรัทธาแก่ประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมไทยได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการด้านความร่วมมือในทุกมิติ โดยยึดถือประโยชน์ด้านการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมเป็นที่ตั้ง
                  กรอบการวิจัยที่ 2 ด้านนวัตกรรมทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงเริ่มเชื่อมโยงแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการอำนวยความยุติธรรมที่สอดคล้องกับพลวัตทางสังคมยุคปัจจุบัน ต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นตัวช่วย เนื่องจากสามารถชี้ให้เห็นถึงรายละเอียดของข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การดำเนินงานได้ในเชิงประจักษ์ บทบาทของกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ต่อการดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนจึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องนำมาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน โดยเฉพาะในกระบวนการสืบสวนสอบสวนและการพิสูจน์หลักฐาน การใช้เทคโนโลยีทางด้าน Digital Forensic เพื่อสนับสนุน
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งในมิติของการรวบรวมฐานข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อใช้ในชั้นศาลหรือสำหรับการใช้ประโยชน์ในอนาคต เป็นต้น
                  กรอบการวิจัยที่ 3 ด้านนวัตกรรมทางฐานข้อมูล จะเป็นการต่อยอดจากกรอบการวิจัย
ที่ผ่านมา โดยจะเน้นการบริหารจัดการฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำไปใช้สำหรับการพิสูจน์หลักฐานและการคลี่คลายคดี                   รวมทั้งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายสำคัญของนวัตกรรมทางฐานข้อมูลคือการนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น การจัดรวบรวมฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ได้รับการปล่อยตัวจากสถานพินิจหรือศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการจัดทำมาตรการสำหรับ
การกำกับติดตามไม่ให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นหวนกลับมากระทำผิดซ้ำได้อีกโดยให้ชุมชนเข้ามา
มีส่วนร่วม ก็ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่กระบวนการยุติธรรมจะต้องเร่งดำเนินการ
                  จุดมุ่งหมายสุดท้ายของกรอบการวิจัยทั้ง 3 ด้าน ข้างต้น คือการรับทราบปัญหา สาเหตุ
และผลกระทบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานยุติธรรมที่มีมาตรฐานและมีแนวทางการปฏิบัติงานที่ดี (Best Practice) ทำให้ประชาชนได้รับการบริการด้วยความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง เสมอภาค และเป็นธรรม

 
 
 
                       
 

 

คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
เลขที่ 90 หมู่ 7 อาคาร 52 ตำบลสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110
โทรศัพท์ 034-311110