แผนการดำเนินงาน ขั้นตอน และรูปแบบการทำงาน
 


                   แผนการบริหารจัดการ การทำกิจกรรมบริหารจัดการโครงการวิจัย
                   1. หลักเกณฑ์เพื่อการจัดสรรงบประมาณให้แก่โครงการวิจัย
                        1) ต้องเป็นโครงการวิจัยที่มุ่งศึกษาเพื่อพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมทางกฎหมาย
นิติวิทยาศาสตร์ และฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม สำหรับแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมและการบริหารงานยุติธรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชน
                        2) เป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนากระบวนการยุติธรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมีความท้าทายของโจทย์วิจัยและสามารถนำไปสู่
การปฏิบัติได้จริง
                        3) โครงการวิจัยต้องก่อให้เกิดผลผลิตที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านการอำนวยความยุติธรรมและการบริหารงานยุติธรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                        4) โครงการวิจัยต้องมีการประสานร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่ครอบคลุมและหลากหลาย รวมถึงต้องมีกระบวนการในการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินโครงการในแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน
                   2. แนวทางการบริหารจัดการด้านการติดตามและประเมินผล
 แนวทางการบริหารจัดการด้านการติดตามการดำเนินโครงการ ผู้บริหารโครงการได้มี การวางแผนการดำเนินงานเพื่อให้แต่ละโครงการสามารถบริหารจัดการกระบวนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดประสงค์ให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งในด้านปัจจัยนำเข้า กิจกรรม และขั้นตอนต่างๆ ของการดำเนินงาน ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มที่และเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้รับผิดชอบโครงการรับทราบในประเด็นปัญหาและข้อขัดข้องในระหว่างการดำเนินงานเพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดประเด็นสำหรับการติดตามไว้ 4 ประเด็น ได้แก่
                        1) การติดตามกิจกรรมของโครงการ โดยเน้นการติดตามว่าแต่ละกิจกรรมดำเนินไปตามระยะเวลาที่กำหนดหรือเป็นไปตามขั้นตอนตามแผนที่วางไว้หรือไม่
                        2) การติดตามงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการ โดยเน้นการติดตามว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับการดำเนินโครงการทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นไปตามแผนงบประมาณที่กำหนดไว้หรือไม่
                        3) การติดตามการใช้ทรัพยากร เน้นการติดตามเรื่องการใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนบุคลากรในคณะทำงานโครงการ ว่ามีความเพียงพอหรือเหมาะสมตามที่กำหนดไว้ในแผนหรือไม่
                        4) การติดตามผลการดำเนินงาน เน้นการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้
                        ในส่วนของการบริหารจัดการด้านการประเมินผล ใช้หลักการประเมินตามรูปแบบ CIPP Model ของสตัฟเฟิลบีม ซึ่งเป็นรูปแบบการประเมินที่ใช้สำหรับการประเมินบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในกระบวนการต่างๆ
ของผู้บริหารโครงการ เช่น การกำหนดยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ หรือแผนงานของโครงการนั้นๆ เป็นต้น จึงถึงเป็นรูปแบบการประเมินที่ช่วยในการตัดสินใจสำหรับกระบวนการต่างๆ ของการดำเนินโครงการ ตั้งแต่ก่อนเริ่มจนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ โดยแบ่งการประเมินออกเป็น 4 ส่วน ตามลำดับพัฒนาการของการดำเนินโครงการ ดังนี้
                        1) การประเมินบริบท (Context Evaluation: C) เป็นการประเมินก่อนการดำเนินโครงการ เพื่อพิจารณาหลักการและเหตุผล ความจำเป็นที่ต้องดำเนินโครงการ ประเด็นปัญหา และความเหมาะสมของเป้าหมายโครงการ สำหรับพิจารณาทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินโครงการ
                        2) การประเมินปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation: I) เป็นการตรวจสอบความพร้อมด้านทรัพยากรที่จะใช้ในการดำเนินโครงการทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประเมินระบบการบริหารจัดการที่วางแผนไว้ เพื่อวิเคราะห์และกำหนดทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ รวมถึงการประเมินกลยุทธ์และกระบวนการดำเนินงานเพื่อให้ได้โครงการที่มีประสิทธิภาพของระบบงานดีที่สุด
                        3) การประเมินระหว่างดำเนินโครงการ (Process Evaluation: P) เป็นการประเมินกระบวนการเพื่อศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่เป็นสาเหตุให้ไม่สามารถดำเนินโครงการตามแผนที่วางไว้ได้ สำหรับเป็นข้อมูลเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการดำเนินโครงการได้อย่างทันท่วงที

                        4) การประเมินหลังสิ้นสุดโครงการ (Product Evaluation: P) เป็นการประเมินผลผลิตของโครงการเพื่อเปรียบเทียบว่าการดำเนินโครงการประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ผลผลิตเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาถึงผลกระทบของโครงการในทุกๆ มิติ ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด วัตถุประสงค์ของโครงการ หรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของโครงการในการพิจารณาการคงไว้ การยุบเลิก การปรับปรุง หรือการขยายผลโครงการ เป็นต้น


แผนภาพความสัมพันธ์ของการประเมินแบบ CIPP Model กับการตัดสินใจของผู้บริหารโครงการ

 

                        ทั้งนี้ การติดตามกับการประเมินผลโครงการมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างใกล้ชิด โดยการติดตามจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประเมินผล ซึ่งข้อมูลจากการติดตามจะช่วยเอื้อให้การประเมินโครงการและการดำเนินงานประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการติดตามโครงการจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับการประเมินความก้าวหน้าหรือการประเมินกระบวนการ เพราะอยู่ในช่วงระหว่างของการดำเนินโครงการ ในขณะที่การประเมินผลสามารถดำเนินการได้ในทุกขั้นตอนของโครงการ ตั้งแต่ก่อนการดำเนินโครงการ ระหว่างการดำเนินโครงการ และเมื่อสิ้นสุดโครงการ ความแตกต่างระหว่างการติดตามและการประเมินผลจึงอยู่ที่การตัดสินระดับผลสำเร็จของการดำเนินงาน กล่าวคือ การติดตามโครงการจะไม่ตัดสินความสำเร็จของการดำเนินงาน แต่เป็นเพียงการเปรียบเทียบการดำเนินงานกับเป้าหมายตามแผนที่กำหนดไว้เท่านั้น แต่การประเมินผลจะต้องมีการตัดสินระดับความสำเร็จด้วยการเปรียบเทียบกับเกณฑ์หรือการแปลความหมายตามระดับความสำเร็จของเกณฑ์ที่กำหนดไว้


แผนภาพความสัมพันธ์ระหว่างการติดตามกับการประเมินผลโครงการ

                   แผนบริหารความเสี่ยง
                   ผู้บริหารโครงการได้กำหนดแผนการบริหารความเสี่ยงของโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการและการปฏิบัติงานเป็นไปตามขั้นตอนการบริหารโครงการอย่างสมบูรณ์แบบ โดยปราศจากการขัดขวางและความล่าช้า ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงจึงถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการบริหารและการพัฒนาระบบการจัดการโครงการทั้งระบบ ทั้งนี้ กระบวนการบริหารความเสี่ยงของโครงการประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่
                   ขั้นตอนที่ 1 กำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอโครงการเพื่อให้ได้ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ จากเครือข่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งผู้เสนอโครงการต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ประกอบด้วย
                        - เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์วิจัย และมีความเชี่ยวชาญจนเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเรื่องที่กำหนด
                        - มีศักยภาพและความสามารถในการปฏิบัติงานได้ตลอดระยะเวลาของการดำเนินโครงการให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ภายในเวลาที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องทำสัญญาเพื่อการดำเนินโครงการและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาโดยเคร่งครัด
                        - ต้องไม่เป็นผู้ที่เคยติดค้างงานวิจัยของหน่วยงานใดๆ
                   ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ/กิจกรรม ให้สอดคล้องกับกรอบ
การวิจัยทั้ง 3 ด้าน อันได้แก่ กรอบการวิจัยด้านนวัตกรรมทางกฎหมาย กรอบการวิจัยด้านนวัตกรรมทางนิติวิทยาศาสตร์ และกรอบการวิจัยทางฐานข้อมูล เพื่อให้ได้โครงการวิจัยที่ตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ของการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมและการบริหารงานยุติธรรม รวมถึงความเหมาะสมของงบประมาณที่จะได้รับการสนับสนุน
                   ขั้นตอนที่ 3 การประเมินความเสี่ยง เป็นการพิจารณาแนวโน้มของผลกระทบที่อาจส่งผลเสียต่อการดำเนินโครงการวิจัย เพื่อให้สามารถป้องกันหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที เช่น ความเสี่ยงด้านการผิดเงื่อนไขสัญญาของผู้เสนอโครงการ ความเสี่ยงด้านความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณดำเนินโครงการ หรือความเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินโครงการ เป็นต้น                   

                   ขั้นตอนที่ 4 การกำกับติดตามเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจากความเสี่ยง
ด้านต่างๆ โดยผู้บริหารโครงการ (Director) จะกำหนดช่องทางให้ผู้รับผิดชอบแต่ละโครงการได้มี
การสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง เช่น เว็บไซต์ กลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค เป็นต้น พร้อมทั้งคอยกำกับติดตาม
การดำเนินงานและให้คำปรึกษาเป็นระยะๆ ซึ่งหากพบว่ามีโครงการใดประสบกับปัญหาที่อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อการดำเนินโครงการ จะต้องมีการหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อเร่งหามาตรการสำหรับการแก้ไขให้ทันท่วงที

                   ระยะเวลาในการดำเนินงานของแผนงานแต่ละขั้นตอน
                   เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานวิจัยเป็นไปตามเป้าประสงค์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้บริหารจัดการโครงการวิจัยจึงได้กำหนดแผนงานสำหรับการดำเนินกิจกรรมในแต่ละขั้นตอน ดังรายละเอียดต่อไปนี้


ตารางรายละเอียดกิจกรรมและตัวชี้วัดกิจกรรมปีที่ 1

รายละเอียดกิจกรรม
ตัวชี้วัด
1. การสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ คณะกรรมการบริหารโครงการ 1 คณะ
2. การประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ
เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดและวางแผนการดำเนินงาน
กรอบแนวคิดและแผนการดำเนินงานสำหรับเป็น
แนวทางการดำเนินการด้านการบริหารโครงการ
3. การจัดประชุมชี้แจงกรอบแนวคิดการวิจัยและประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน นักวิชาการ นักวิจัย หรือผู้ที่สนใจรับทราบกรอบแนวคิดการวิจัยและมีความพร้อมสำหรับ
การยื่นข้อเสนอโครงการวิจัยที่สอดคล้อง
4. การรับสมัครข้อเสนอโครงการ ข้อเสนอโครงการวิจัยในแต่ละประเด็นตามกรอบแนวคิดการวิจัย
5. การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการที่มีกรอบการดำเนินงานและบริบทของเนื้อหาสอดคล้องกับกรอบแนวคิดการวิจัยที่กำหนด ข้อเสนอโครงการที่มีกรอบการดำเนินงานและบริบทของเนื้อหาสอดคล้องกับกรอบแนวคิดการวิจัยที่กำหนด
6. การประเมินผลด้านบริบทและปัจจัยนำเข้าของข้อเสนอโครงการที่ได้รับการคัดเลือก หลักการและเหตุผล ความจำเป็นที่ต้องดำเนินโครงการ ประเด็นปัญหา และความเหมาะสมของเป้าหมายโครงการ สำหรับพิจารณาทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินโครงการ ตลอดจนความพร้อมด้านทรัพยากรที่จะใช้ในการดำเนินโครงการทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
7. การจัดทำสัญญาและข้อตกลงการดำเนินโครงการ เกิดสัญญาและข้อตกลงการดำเนินโครงการที่ครอบคลุมทุกประเด็นตามกรอบแนวคิดการวิจัย
8. การติดตามการดำเนินงานในระยะต้นของแต่ละโครงการพร้อมให้ข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินโครงการที่มีประสิทธิภาพ ข้อมูลความก้าวหน้าของการดำเนินงานในแต่ละโครงการ รวมถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในระหว่างการดำเนินโครงการ
9. การจัดประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของแต่ละโครงการ ข้อมูลความก้าวหน้าของแต่ละโครงการ พร้อมแนวทางการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของแต่ละโครงการ
10. การประเมินผลระหว่างการดำเนินโครงการ ข้อมูลจุดอ่อน จุดแข็ง ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่เป็นสาเหตุให้ไม่สามารถดำเนินโครงการตามแผนที่วางไว้ได้ สำหรับเป็นข้อมูลเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการดำเนินโครงการได้อย่างทันท่วงที


ตารางรายละเอียดกิจกรรมและตัวชี้วัดกิจกรรมปีที่ 2

รายละเอียดกิจกรรม
ตัวชี้วัด
1. การติดตามการดำเนินงานของแต่ละโครงการ พร้อมกำกับดูแลและให้ข้อเสนอแนะสำหรับ
การดำเนินโครงการที่มีประสิทธิภาพ
ข้อมูลความก้าวหน้าของการดำเนินงานในแต่ละโครงการ รวมถึงข้อมูลการวิเคราะห์ความเสี่ยงและแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เป็นประโยชน์ในระหว่างการดำเนินโครงการ
2. การสรุปผลการดำเนินงานของแต่ละโครงการ รายงานฉบับสมบูรณ์ของแต่ละโครงการ
3. การประเมินผลหลังสิ้นสุดโครงการ ข้อมูลประเมินผลผลิตของโครงการสำหรับ
การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของโครงการใน
การพิจารณาการคงไว้ การยุบเลิก การปรับปรุง หรือการขยายผลโครงการ เป็นต้น
4. การจัดเวทีนำเสนอผลการวิจัยและเสวนา
การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของ
การอำนวยความยุติธรรมและการบริหารงานยุติธรรม
แนวทางการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและผลการวิจัยในกระบวนการยุติธรรมสำหรับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมและการบริหาร
งานยุติธรรม
5. การเผยแพร่ผลการวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ
สู่สาธารณชนผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ
สาธารณชนได้รับทราบผลการวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ผ่านสื่อสาธารณะในรูปแบบต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ

 
 
 
                       
 

 

คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
เลขที่ 90 หมู่ 7 อาคาร 52 ตำบลสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110
โทรศัพท์ 034-311110